การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล
บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคง ควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม การดำเนินงานในมิตินี้ครอบคลุมการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ การบริหารความเสี่ยงองค์กร การกำกับดูแลกิจการ การพัฒนานวัตกรรมและประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน ตลอดจนการรักษามาตรฐานด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และการปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน
Corporate Governance

Enterprise Risk Management
Business Development and Resilience
Innovation Transformation
Product & Service Stewardship
Supply chain Management
การกำกับดูแลกิจการ
บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) เพื่อให้การบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจมีความเป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกล่ม ตลอดจนส่งเสริมให้บริษัทฯ เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ผสานกรอบการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กร ที่ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของจรรยาบรรณทางธุรกิจและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมในการดำเนินงาน การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม และการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความโปร่งใสและความรับผิดชอบ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางปฏิบัติด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กร (ESG) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อแนวโน้มของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และรองรับความคาดหวังของผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
แนวทางการบริหารจัดการ
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นหลักในการดำเนินงานให้กับคณะกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มบริษัท ภายใต้กรอบความยั่งยืนที่ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในปี 2565 บริษัทฯ จึงได้ประกาศใช้ “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี” ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2555 (The Principles of Good Corporate Governance of Listed Companies 2012) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกำหนดหลักปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการบริษัท ที่สอดคล้องตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (Corporate Governance Code for Listed Companies 2017)
สำหรับรายละเอียด นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และนโยบายต่าง ๆ ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
อ่านรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติม
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
อ่านรายละเอียดผลการดำเนินงานใน
แบบ 56-1 One Report 2568 หัวข้อ “ส่วนที่ 2 การกำกับดูแลกิจการ”
การดำเนินงานด้านการพัฒนาความยั่งยืน
บริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบการบริหารจัดการด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กร ในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability Development Steering Committee and Working Team) ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลประเด็นด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กรอย่างเป็นระบบ รวมถึงการบูรณาการแนวคิด ESG เข้าไปในกลยุทธ์และกระบวนการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยคณะกรรมการด้านการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯ จะติดตามผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กรผ่านการประชุมปีละ 1 ครั้ง และประชุมคณะทำงานชุดย่อย ปีละ 2 ครั้ง
โครงสร้างคณะกรรมการและคณะทำงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กร
(Sustainable Development Steering Committee and Working Committee)
องค์ประกอบและการแต่งตั้ง
คณะกรรมการและคณะทำงานด้านการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainable Development Steering Committee and Working Team) ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีรายละเอียด ดังนี้:
1) โครงสร้าง
- กำหนดให้มีตัวแทนกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 ท่าน ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาความยั่งยืน และแต่งตั้งเลขานุการ 1 ท่าน
- สมาชิกคณะกรรมการและคณะทำงานต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทฯ และมีความเชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนและการบริหารความเสี่ยง
2) วาระการดำรงตำแหน่ง
- ประธานคณะกรรมการและคณะทำงานมีวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี และสามารถได้รับการแต่งตั้งใหม่เมื่อครบวาระ
- การพ้นตำแหน่งอาจเกิดจากการครบวาระ, การลาออก, การเสียชีวิต หรือมติคณะกรรมการบริษัทให้พ้นตำแหน่ง
- หากตำแหน่งว่างลง คณะกรรมการด้านการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัทฯ จะพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งแทน
3) ขอบเขตอำนาจและหน้าที่
- กำกับดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์และนโยบายด้านการพัฒนาความยั่งยืนระดับองค์กร (ESG)
- ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Engagement) และประเมินประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความยั่งยืน (Materiality Assessment)
- จัดทำรายงานความยั่งยืนตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ทบทวนและปรับปรุงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะทำงานการพัฒนาความยั่งยืนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ดูแลการเปิดเผยข้อมูลด้านการพัฒนาความยั่งยืนผ่านรายงานประจำปีและรายงานความยั่งยืนของบริษัทฯ
- ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
4) การประชุม
- คณะกรรมการและคณะทำงานฯ ต้องประชุมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และสามารถเรียกประชุมเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น
- ต้องจัดทำวาระการประชุมและเอกสารประกอบล่วงหน้าก่อนวันประชุม
- องค์ประชุมต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมด
5) การรายงานและการประเมินผล
- คณะกรรมการและคณะทำงานฯ ต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ต้องทำการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี และรายงานผลตอคณะกรรมการบริษัท
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ ดำเนินการทบทวนและพัฒนานโยบายการกำกับดูแลกิจการของกลุ่มบริษัทให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยครอบคลุมนโยบายด้านจริยธรรมธุรกิจ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีความเหมาะสม ครอบคลุม และสนับสนุนการประเมิน CG Rating อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการ (CG Handbook) ฉบับแรก ซึ่งรวบรวมนโยบายและแนวปฏิบัติที่สำคัญ อาทิ หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน และนโยบายการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด พร้อมกำหนดให้มีการทบทวนความเหมาะสมเป็นประจำทุกปี
บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยทุกคนศึกษารายละเอียด ลงนามรับทราบ และยึดถือปฏิบัติตามคู่มือ CG ประจำปี 2568 ทั้งในรูปแบบเอกสารและระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีอัตราการรับทราบครบถ้วนคิดเป็นร้อยละ 100 ของบุคลากรทั้งหมด
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้สื่อสารและเผยแพร่คู่มือดังกล่าวผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น Email ระบบ Intranet และการอบรมพนักงานใหม่ (Orientation) เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และสร้างวัฒนธรรมด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั่วทั้งองค์กร
ความก้าวหน้าตามเป้าหมายสำคัญ
- ไม่พบข้อร้องเรียนด้านบรรษัทภิบาลที่มีนัยสำคัญ
- ได้รับการประเมิน CG Rating ระดับ ระดับ ดีเลิศ หรือ 5 ดาว
- อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านนโยบาย ระบบควบคุมภายใน และแนวปฏิบัติ เพื่อมุ่งสู่การรับรอง Thai CAC ภายในปี 2571 (ตามแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท (JUMP+ Plan))
หมายเหตุ:
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ในหัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance)” ของ One Report 2568 (แบบ 56-1)
การประเมินผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาความยั่งยืน
ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 คณะกรรมการและคณะทำงานด้านการพัฒนาความยั่งยืน (ESG) ได้ร่วมประชุมเพื่อกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดตามประเด็นการพัฒนาความยั่งยืนที่สำคัญ (Material Topics) ขององค์กร ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล และได้มีมติเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท เมื่อปลายปี 2567
ดังนั้น การประเมินผลดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ในปี 2568 และจะมีการนำเสนอผลการประเมินฯ ในปีถัดไป
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านการกำกับดูแล
| หัวข้อ | 2566 | 2567 | 2568 | เป้าหมายระยะยาว (ภายในปี 2572) |
|---|---|---|---|---|
| ผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) | - | มาตรฐาน 4 ดาว | มาตรฐาน 5 ดาว | มาตรฐาน 5 ดาว |
| จำนวนข้อร้องเรียนด้านบรรษัทภิบาลที่มีนัยสำคัญ | 0 | 0 | 0 | 0 |
| จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นความเป็นส่วนตัวของลูกค้าที่มีนัยสำคัญ | 0 | 0 | 0 | 0 |
| จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ | 0 | 0 | 0 | 0 |
| สัดส่วนประเด็นการพัฒนาความยั่งยืนที่สำคัญ ที่ถูกกำหนดเป็นตัวชี้วัดของผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูง | - | - (1) | 85% | 100% ภายในปี 2572 |
หมายเหตุ:
- รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการในประเด็นอื่น ๆ สามารถดูได้ใน รายงานประจำปี 2568 (Form 56-1 One Report) ในหัวข้อ“การกำกับดูแลกิจการ”
- (1) ไม่มีข้อมูลในปี 2567 เนื่องจาก บริษัทฯ มีการกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดของประเด็นการพัฒนาความยั่งยืนที่สำคัญ เมื่อปลายปี 2567 ซึ่งจะมีการรายงานความคืบหน้าต่อไป
จรรยาบรรณธุรกิจ
บริษัทฯ ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยกำหนดนโยบายจรรยาบรรณทางธุรกิจเป็นกรอบสำคัญในการกำกับการดำเนินงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านจริยธรรม การต่อต้านการทุจริต และการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
อ่านรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติม
หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ
แนวทางการบริหารจัดการ
เพื่อให้จรรยาบรรณทางธุรกิจเป็นกลไกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการตัดสินใจ ความเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย และการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นพัฒนาและส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกระดับตระหนักถึงความสำคัญของจรรยาบรรณทางธุรกิจผ่านการอบรมและสื่อสารภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสรุปแนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้ดังนี้:
| หัวข้อแนวปฏิบัติที่สำคัญ | รายละเอียด |
|---|---|
| การปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบาย | ยึดมั่นและปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ |
| ความซื่อสัตย์และคุณธรรม | ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมและจริยธรรม ไม่ประพฤติตนในทางที่อาจเสื่อมเสียต่อหน้าที่และชื่อเสียงขององค์กร |
| การให้เกียรติและความเป็นธรรม | เคารพผู้ร่วมงานและรักษาความเป็นธรรมในการบริหารจัดการ |
| การปกป้องข้อมูล | รักษาความลับขององค์กร คู่ค้า ลูกค้า หรือที่เกี่ยวกับกิจการใดที่ไม่พึงเปิดเผยโดยเคร่งครัด รวมทั้งรักษาข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาของกลุ่มบริษัท |
| การใช้ข้อมูลภายใน | ไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือผู้อื่น |
| ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ | ไม่ประกอบกิจการอันมีสภาพเดียวกัน และ/หรือ เป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนไม่กระทำการที่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์แก่ส่วนตนหรือผู้อื่นโดยมิชอบ |
| การป้องกันความเสียหายต่อองค์กร | ไม่กระทำการที่อาจนำไปสู่การทุจริตคอรรัปชัน การให้หรือรับสินบน ทั้งทางตรงและทางอ้อม |
| ความเป็นกลางทางการเมือง | ดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมืองใด ไม่นำชื่อหรือทรัพยากรของกลุ่มบริษัทไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางการเมือง |
| การส่งเสริมจรรยาบรรณในองค์กร | จัดอบรมและสื่อสารหลักจรรยาบรรณให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน รวมทั้งจัดให้มีช่องทางการร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสการกระทำผิด ตลอดจนกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนและเป็นธรรม |
ทั้งนี้ เพื่อให้แนวทางนี้มีผลในทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล บริษัทฯ ได้ดำเนินการสื่อสารจรรยาบรรณทางธุรกิจให้แก่พนักงานทุกระดับผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมล อินทราเน็ตของบริษัทฯ การฝึกอบรมปฐมนิเทศพนักงานใหม่ และการจัดอบรมอย่างต่อเนื่องให้กับพนักงานปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ อีกหนึ่งช่องทาง
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ มีการทบทวนหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงมีการสื่อสารจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจให้กับพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การแจ้งให้ทราบผ่านทาง Email การเผยแพร่ผ่านช่องทาง Intranet ของบริษัทฯ การจัดอบรมพนักงานใหม่ (Orientation) รวมถึงจัดอบรมให้กับพนักงานทุกระดับของบริษัทย่อย ซึ่งเป็นกิจการที่บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนเพิ่มเติมในปีที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและนำไปยึดถือปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน ตลอดจนมีการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ
อีกทั้ง บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี และหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (Corporate Governance Handbook : คู่มือ CG) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิผลของการสื่อสาร การเสริมสร้างความตระหนักและความเข้าใจของบุคลากรขององค์กรทุกระดับ ตลอดจนยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับบรรษัทภิบาล โดยกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ต้องลงนามรับทราบและยึดถือปฏิบัติตามคู่มือ CG ประจำปี 2568 ซึ่งสัดส่วนของการลงนามรับทราบคิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด
หมายเหตุ:
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทาง นโยบาย และผลการดำเนินงานด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจ ได้ในหัวข้อ “จรรยาบรรณทางธุรกิจ” ที่ระบุไว้ใน รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 ของบริษัทฯ
การบริหารจัดการความเสี่ยงและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์หล่อลื่นครบวงจรต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงหลากหลายที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของธุรกิจ บริษัทฯ ต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดและนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จในการรักษาความเป็นผู้นำตลาดขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ บริษัทฯ มีนโยบายและกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หล่อลื่นใหม่ ๆ รวมทั้งการขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน
การจัดการเงินทุนและการบริหารความเสี่ยงทางการเงินเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทฯ มีสภาพคล่องทางการเงินเพียงพอ และสามารถรับมือกับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ หรือปัจจัยภายนอกต่าง ๆ การคาดการณ์และเตรียมจัดหาเงินทุนสำรองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือภาวะเศรษฐกิจที่ตึงตัว จึงเป็นสิ่งที่บริษัทฯ ต้องเตรียมแผนรองรับไว้ ทั้งในด้านความสามารถในการผลิตที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ การบริหารจัดการโรงงานผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และคุณภาพสินค้าได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิผลเพื่อรักษามาตรฐานและประสิทธิภาพ
ในส่วนของการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นเรื่องที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การฝึกอบรม ปฏิบัติการและตรวจสอบการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นประจำเป็นการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อมเป็นวิธีการป้องการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนการป้องกันข้อมูลและระบบสารสนเทศให้ปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง การลงทุนในเทคโนโลยีความปลอดภัยและการอบรมพนักงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลเป็นกุญแจในการปกป้องทรัพยากรข้อมูลที่สำคัญ
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยจัดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรตามแนวทางมาตรฐานสากล เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลทั่วทั้งองค์กร อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องยังมีความเข้าใจในหลักการบริหารความเสี่ยง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงให้แก่ทุกคนในบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมุ่งมั่นให้มีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผล ทั้งในส่วนของการจัดการเชิงกลยุทธ์ การปฏิบัติงานและการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่บริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล โดยกรอบแนวทางการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ มีดังนี้
1. นโยบายการบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กร
บริษัทฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นที่ต้องนำระบบการบริหารความเสี่ยงตาม COSO ซึ่งเป็น มาตรฐานสากลมาใช้ในการบริหารความเสี่ยง โดยมุ่งหวังให้กลุ่มบริษัทเป็นองค์กรที่สร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ทุกกลุ่ม มีภาพลักษณ์ที่ดี และพัฒนาการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วองค์กร สามารถสรุปสาระสำคัญของนโยบายได้ ดังนี้
| สาระสำคัญของนโยบาย | แนวทางปฏิบัติ |
|---|---|
| 1) สร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบต่อความเสี่ยง | บริษัทฯ ให้ทุกหน่วยงานตระหนักและรับผิดชอบต่อความเสี่ยงในระดับของตนเอง พร้อมกำหนดเจ้าของความเสี่ยงที่ชัดเจน |
| 2) ดำเนินการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงแผนกลยุทธ์ | บริษัทฯ มีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมตั้งแต่การประเมิน วิเคราะห์ วางแผน และติดตามผล โดยให้เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ และแผนงานขององค์กร |
| 3) มีการกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยง | บริษัทฯ มีการจัดทำแผนปฏิบัติการรับเหตุฉุกเฉิน (ERP) และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) |
| 4) สนับสนุนการพัฒนาระบบ เทคโนโลยี และข้อมูลเพื่อการบริหารความเสี่ยง | บริษัทฯ ส่งเสริมให้เกิดการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงในทุกระดับของกลุ่มบริษัท |
| 5) การรายงานและติดตามผลด้านความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง | หน่วยงานบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่รายงานสถานะความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหาร ไตรมาสละ 1 ครั้ง และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อกำกับและให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง |
| 6) มีการทบทวนระบบบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ | หน่วยงานบริหารความเสี่ยงทบทวนระบบการบริหารความเสี่ยงและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อสอบทานความเพียงพอและประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน |
2. โครงสร้าง และบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยง
การบริหารความเสี่ยง ถือเป็นหน้าที่ของบุคลากรของกลุ่มบริษัททุกระดับ รวมทั้งผู้ทำหน้าที่ที่ปรึกษา ผู้กระทำการแทนหรือผู้ได้รับมอบหมายให้กระทำหน้าที่ในนามบริษัทโดยมีบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
| โครงสร้าง | บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ |
|---|---|
| คณะกรรมการบริษัท |
|
| คณะกรรมการตรวจสอบและบรรษัทภิบาล |
|
| คณะกรรมการบริหาร |
|
| ผู้บริหาร |
|
| หน่วยงานเจ้าของความเสี่ยง |
|
| หน่วยงานบริหารความเสี่ยง (หน่วยงานภายใน) |
|
| หน่วยงานตรวจสอบภายใน (หน่วยงานภายใน) |
|
3. กระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินและทบทวนประเด็นความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยกำหนดกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการความเสี่ยงคงเหลือให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้อย่างเหมาะสม การบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ อ้างอิงตามหลักการหรือแนวคิด COSO - ERM 2017 (Enterprise Risk Management-Integrating with Strategy and Performance) ซึ่งมีการจัดกลุ่มองค์ประกอบของการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรออกเป็น 5 องค์ประกอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายที่กลุ่มบริษัท กำหนดไว้ สามารถเห็นภาพรวมของ COSO-ERM 2017 คือ
- การกำกับดูแลกิจการและวัฒนธรรมองค์กร (Governance and Culture)
- กลยุทธ์และวัตถุประสงค์องค์กร (Strategy & Objective Setting)
- ผลการดำเนินงาน (Performance)
- การทบทวนและปรับปรุง (Review & Revision)
- สารสนเทศ การสื่อสาร และการรายงาน (Information, Communication & Reporting)
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทได้มีการใช้ทะเบียนความเสี่ยง (Risk Register) และดัชนีชี้วัดความเสี่ยงหลัก (Key Risk Indicators) เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ซึ่งครอบคลุมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต โดยกระบวนการบริหารความเสี่ยงมีขั้นตอน ดังนี้
| ขั้นตอนหลัก | กระบวนการดำเนินการ |
|---|---|
| 1) การกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยง | กลุ่มบริษัทดำเนินการกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ ขอบเขต ความรับผิดชอบ หลักเกณฑ์และแนวทางบริหารความเสี่ยงให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ เป้าหมาย แผนกลยุทธ์ และกิจการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี และจะดำเนินการจัดทำพร้อมกันกับแผนธุรกิจเพื่อให้มีความสอดคล้องกัน |
| 2) การระบุความเสี่ยง |
2.1 บริษัทฯ กำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายภายในระดับองค์กร โดยมีแนวทางระบุความเสี่ยงดังนี้:
2.2 บริษัทฯ กำหนดให้มีผู้ประสานงานความเสี่ยง (Risk Champion) ของแต่ละส่วนงานหรือร่วมกับหน่วยงานบริหารความเสี่ยง เพื่อดำเนินการระบุความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท |
| 3) การวิเคราะห์ความเสี่ยง |
3.1 กำหนดให้ผู้ประสานงานความเสี่ยง (Risk Champion) และหน่วยงานบริหารความเสี่ยงทำการวิเคราะห์และประเมินระดับความเสี่ยงโดยพิจารณาโอกาสเกิด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ตามเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment Criteria) พร้อมทั้งใช้ Risk Heat Map 3.2 เกณฑ์การประเมิน ด้านโอกาสเกิด (Likelihood) แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ สูงมาก สูง ปานกลาง ต่ำ และต่ำมาก 3.3 เกณฑ์การประเมิน ด้านผลกระทบ (Impact) แบ่งออกเป็น 8 ด้าน ได้แก่ ด้านการเงิน, ด้านกฎหมาย/ข้อกำหนด, ด้านชื่อเสียง/ภาพลักษณ์องค์กร, ด้านลูกค้า/ผู้รับบริการ, ด้านการผลิต/การให้บริการ, ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ, ด้านพนักงานและสภาพแวดล้อมความปลอดภัย และด้านสิ่งแวดล้อม 3.4 การจัดอันดับความเสี่ยงกำหนดจากผลลัพธ์ของค่าระดับความเสี่ยง (Risk Rating) จากโอกาสและผลกระทบ 3.5 การประเมินความเสี่ยงองค์กรโดยใช้ Risk Heat Map แสดงระดับความเสี่ยงขององค์กรและระดับความยอมรับได้ |
| 4) การจัดการความเสี่ยง |
4.1 หน่วยงานบริหารความเสี่ยงจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงขององค์กรที่มีความสำคัญตามลำดับขั้นให้เหมาะสมและจัดให้มีการจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กรและระดับหน่วยงาน ซึ่งการตอบสนองความเสี่ยงสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท:
|
| 5) สารสนเทศและการสื่อสาร | บริษัทฯ มีการใช้ระบบสารสนเทศที่เป็นปัจจุบัน รวดเร็ว เชื่อถือได้ มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ ขนาด และความซับซ้อนของธุรกิจ โดยจัดให้มีการสื่อสารข้อมูลผ่านช่องทาง Share Point ของหน่วยงานบริหารความเสี่ยง และทาง Email รวมถึงการจัดให้มีการอบรม ให้ความรู้กับผู้ประสานงานความเสี่ยง (Risk Champion) เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
| 6) การติดตามผลและการสอบทาน |
6.1 หน่วยงานบริหารความเสี่ยงติดตามการดำเนินงานตามแผนฯ ที่กำหนดไว้โดยใช้เครื่องมือ เช่น KRI (Key Risk Indicators) หรือ Mitigation Plan ร่วมกับ Risk Champion 6.2 Risk Champion มีหน้าที่ติดตามความคืบหน้าและรายงานผลการดำเนินงานต่อหน่วยงานบริหารความเสี่ยง อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง โดยผลสรุปดังกล่าวต้องรายงานต่อคณะกรรมการบริหาร 6.3 หน่วยงานบริหารความเสี่ยงจะจัดประชุมร่วมกับ Risk Champion อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อทบทวนและพัฒนาแนวทางการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรให้ดีขึ้น |
แนวทางปฏิบัติในการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ขององค์กร
วัตถุประสงค์ของการฝึกซ้อม BCP ปี 2567 คือ
- ทดสอบความพร้อมของหน่วยงานต่าง ๆ ในการป้องกันและรับมือเหตุฉุกเฉิน
- ประเมินความสามารถในการจัดการเหตุการณ์ และสื่อสารระหว่างทีมงาน
- เสริมสร้างความเข้าใจ และประสิทธิภาพของกระบวนการฟื้นฟูหลังเกิดเหตุ
- มีการบันทึกผลการซ้อม และปรับปรุงแผน BCP ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในปีต่อไป
| ขั้นตอนหลัก | กระบวนการดำเนินการ |
|---|---|
| การวางแผนและการเตรียมความพร้อม (Preparedness) |
|
| การตอบสนองเมื่อเกิดเหตุการณ์ (Response) |
|
| การฟื้นฟูและกลับสู่ภาวะปกติ (Recovery) |
|
| การฝึกซ้อมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Testing & Review) |
|
วัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยง
บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กรและมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ดำเนินการให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานสำหรับพนักงานทุกคน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- คณะกรรมการ และผู้บริหารของบริษัทมีการกำหนดนโยบาย และแนวทางปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยงและสื่อสารเป้าหมายและประโยชน์ที่จะได้รับจากการบริหารความเสี่ยงภายในองค์กรไปยังพนักงานทุกคนเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของการบริหารความเสี่ยง
- บริษัทมีการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร ให้มีความรู้ ความเข้าใจในกรอบการบริหารความเสี่ยงและบทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคลในการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนั้น ยังเป็นการส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กร
- บริษัทส่งเสริมให้มีการบูรณาการการบริหารความเสี่ยงเข้ากับการตัดสินใจทางธุรกิจ การกำกับดูแลกิจการ และการควบคุมภายใน
สามารถอ่านผลดำเนินงานด้านการบริการความเสี่ยงระดับองค์กรในปี 2568 ใน
แบบ 56-1 One Report 2568 หัวข้อ “การบริหารจัดการความเสี่ยง และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ”
ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม จึงได้เพิ่มเติมแนวทางการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ให้ครอบทุกมิติมากขึ้น ได้แก่
| ปัจจัยความเสี่ยง | สาเหตุของความเสี่ยง | แนวทางการบริหารความเสี่ยง |
|---|---|---|
| 1) ความเสี่ยงจากแรงงานและกำลังคน |
|
|
| 2) ความเสี่ยงจากการควบคุมคุณภาพ |
|
|
| 3) ความเสี่ยงจากซัพพลายเชน |
|
|
| 4) ความเสี่ยงจากการขาดความเข้าใจหรือไม่ปฏิบัติตาม |
|
|
| 5) ความเสี่ยงด้านการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) |
|
|
| 6) ความเสี่ยงจากข้อกำหนด ESG / CSR / รายงานการเปิดเผยข้อมูล |
|
|
| 7) ความเสี่ยงด้านการฟ้องร้อง / ถูกปรับ |
|
|
| 8) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค |
|
|
| 9) ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี (Technology Shift) |
|
|
| 10) ความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ด้าน ESG ที่เข้มข้นขึ้น |
|
|
| 11) ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงจาก Social Media / Whistleblowing |
|
|
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ ได้ยกระดับการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) ให้เชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กรและกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยอ้างอิงกรอบมาตรฐาน COSO ERM ทั้งนี้ ได้มีการทบทวนและปรับปรุงนโยบายการบริหารความเสี่ยงล่าสุดในเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจและบริบทความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป
บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การระบุ การประเมิน การจัดการ การติดตาม และการรายงานความเสี่ยง โดยมีการประเมินความเสี่ยงเป็นรายไตรมาส พร้อมจัดทำ Risk Heat Map, Risk Dashboard และ Key Risk Indicators (KRIs) เพื่อสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ความเสี่ยงและการตัดสินใจของผู้บริหารอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในหลายด้าน โดยครอบคลุมทั้งความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ การปฏิบัติการ การเงิน การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด ความเสี่ยงเกิดใหม่ ตลอดจนความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ โดยกำหนดให้ผู้บริหารระดับสูง (C-Level) ทำหน้าที่เป็น Risk Owner ในแต่ละด้านความเสี่ยงอย่างชัดเจน
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้พัฒนาการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบ Corporate Risk (Top-down) เพื่อเชื่อมโยงกับแผนกลยุทธ์องค์กรและประเด็นความเสี่ยงระดับโลก (Global Risks 2025) รวมถึงปรับปรุงทะเบียนความเสี่ยง (Risk Register) ให้สามารถสะท้อนทั้ง Inherent Risk และ Residual Risk ได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) บริษัทฯ ดำเนินงานตามกรอบมาตรฐาน ISO 22301:2019 ครอบคลุมกระบวนการธุรกิจที่สำคัญ พร้อมจัดทำ Enterprise Business Continuity Plan (Enterprise BCP) เพื่อรองรับภัยคุกคามหลัก 5 ประเภท ได้แก่ โรคระบาด การขาดแคลนวัตถุดิบ ไฟไหม้ Cyber Attack และน้ำท่วม
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการทดสอบแผน Enterprise BCP เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2568 ซึ่งผลการประเมินอยู่ในระดับ “ดีมาก” และได้ดำเนินการจัดทำแผนปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจากการทดสอบจำนวน 3 ประเด็นเรียบร้อยแล้ว
ผลการดำเนินงานสำคัญ
- ไม่พบเหตุการณ์หยุดชะงักทางธุรกิจ หรือเหตุการณ์ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ
- มีการรายงานผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารเป็นรายไตรมาส และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างต่อเนื่อง
- การบริหารความเสี่ยงได้รับการบูรณาการเข้ากับกระบวนการวางแผนธุรกิจ การจัดทำงบประมาณ และการพิจารณาการลงทุนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite)
หมายเหตุ:
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ในหัวข้อ “การกำกับดูแลกิจการ และการบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กร” ของ One Report (แบบ 56-1)
การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในฐานะส่วนสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลัก “ไม่ยอมรับและไม่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน” (Zero Tolerance) ครอบคลุมกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การให้หรือรับของขวัญ การติดต่อหน่วยงานภาครัฐ และการแจ้งเบาะแส เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักจริยธรรม กฎหมาย และมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน
อ่านรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติม
นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ได้กำหนดและประกาศใช้ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งประกาศและมีผลบังคับใช้ครอบคลุมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนทางธุรกิจ โดยนโยบายดังกล่าวเน้นการปฏิบัติจริงในทุกกิจกรรมขององค์กร ทั้งในด้านการให้หรือรับของขวัญ การจัดซื้อจัดจ้าง การทำสัญญากับภาครัฐและเอกชน การบริจาค การให้เงินสนับสนุน และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง
ในด้านการนำไปปฏิบัติจริง บริษัทฯ ได้วางระบบควบคุมภายในที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีการประเมินความเสี่ยงเชิงระบบ ตรวจสอบความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สามารถป้องกันพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายคอร์รัปชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่เป็นความลับ ปลอดภัย และไม่เปิดเผยตัวตน พร้อมทั้งมีมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูลตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทฯ ให้คำมั่นว่าจะไม่ลดตำแหน่ง ไม่ลงโทษ และไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นผลลบต่อพนักงานหรือบุคคลที่แสดงออกถึงการปฏิเสธการทุจริต แม้จะทำให้บริษัทฯ เสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจ
มากไปกว่านั้น หนึ่งในเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ คือ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: Thai CAC) ซึ่งเป็นโครงการภาคเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าไทยและองค์กรภาคีที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจยึดมั่นในความโปร่งใสและความรับผิดชอบ
บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายในการประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วม Thai CAC ภายในปี พ.ศ. 2573 และจะดำเนินการยื่นสมัครเพื่อเป็น สมาชิกอย่างเป็นทางการภายในปี พ.ศ. 2575 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจที่จริงจังในการยกระดับองค์กรให้มีมาตรฐานการต่อต้านการทุจริตในระดับประเทศ
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้วางแผนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการนำแนวทาง Thai CAC มาปรับใช้ในการบริหารจัดการอย่างแท้จริง ผ่านการดำเนินงานดังต่อไปนี้:
- ศึกษาและวิเคราะห์หลักเกณฑ์ Thai CAC อย่างละเอียด โดยจัดตั้งคณะทำงานด้าน CAC เพื่อกำกับ ติดตาม และรายงานความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การรับรอง Thai CAC ต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ
- จัดทำการประเมิน Gap Analysis ระหว่างระบบการควบคุมภายในในปัจจุบันของบริษัทฯ กับข้อกำหนดของ Thai CAC เพื่อกำหนดแผนการพัฒนา และปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนด
- พัฒนากลไกการควบคุมความเสี่ยงเชิงรุก (Proactive Risk Control) โดยเฉพาะกระบวนการดำเนินงานที่สำคัญและมีความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การว่าจ้างผู้รับเหมา การบริจาค และการสื่อสารกับหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น
- ส่งเสริมการอบรมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างต่อเนื่องให้กับพนักงานทุกระดับ เพื่อปลูกฝังความตระหนักรู้ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับบริหารสูงสุด เช่น การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในด้านความซื่อสัตย์ในที่ทำงาน จัดกิจกรรมรณรงค์ "No Gift Policy"
- เตรียมความพร้อมเอกสารหลักฐานเชิงระบบ สำหรับการยื่นสมัคร Thai CAC อย่างรอบคอบ เช่น แผนงานนโยบาย รายงานผลการอบรม ช่องทางรับเบาะแส รายงานสอบสวนข้อร้องเรียน และบันทึกการประเมินความเสี่ยง
การดำเนินงานทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทฯ มิได้มุ่งหวังเพียงการได้รับการรับรอง Thai CAC ในเชิง "สัญลักษณ์" แห่งความโปร่งใสเท่านั้น หากแต่เป็นการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิด “ระบบบรรษัทภิบาลภายในองค์กรอย่างแท้จริง” ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนในระยะยาว
กระบวนการจัดการข้อร้องเรียน
บริษัทฯดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ โดยเชื่อมั่นว่าการมีระบบบริหารจัดการที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ และรับฟังเสียงจากทุกฝ่าย จะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว
เพื่อสนับสนุนหลักการดังกล่าว บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ครอบคลุม และสามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกระดับขององค์กร หนึ่งในนั้นคือ “นโยบาย การแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด (Whistleblowing Policy)” ซึ่งผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน
อ่านรายละเอียดนโยบายเพิ่มเติม
นโยบายการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด
นโยบายดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงาน ผู้มีส่วนได้เสีย และบุคคลภายนอก สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต การไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย กฎระเบียบ หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบาย หรือระเบียบข้อบังคับใด ๆ ของบริษัทฯ โดยผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับผลกระทบในทางลบ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งมีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกข้อร้องเรียนจะได้รับการพิจารณาอย่างยุติธรรม รอบคอบ และเป็นธรรม
การกำหนดนโยบายนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการป้องกันการทุจริตอย่างยั่งยืน ซึ่งมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้:
1) ผู้มีสิทธิร้องเรียน
ผู้มีสิทธิร้องเรียน ได้แก่ บุคลากรทุกระดับของบริษัทฯ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า เจ้าหนี้ หน่วยงานรัฐ ชุมชน สังคม ซึ่งมีข้อสงสัยหรือเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตว่า กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานหรือบุคคลใดที่กระทำการแทนบริษัทฯ มีการกระทำหน้าที่ไม่สุจริต ไม่โปร่งใส การกระทำอันประพฤติมิชอบ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย กฎระเบียบ หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบายหรือระเบียบข้อบังคับใด ๆ ของบริษัทฯ
2) ช่องทางการร้องเรียน
ผู้ร้องเรียนสามารถ ร้องเรียนได้มากกว่าหนึ่งช่องทาง และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนของผู้ร้องเรียน เว้นแต่หากเปิดเผยตนเองจะทำให้สามารถแจ้งผลการดำเนินการหรือรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องที่ร้องเรียนให้ทราบได้ โดยผู้ร้องเรียนสามารถส่งข้อมูลและติดต่อมายังช่องทางรับเรื่องดังนี้
อีเมล
- ประธานกรรมการตรวจสอบและบรรษัทภิบาล / กรรมการตรวจสอบและบรรษัทภิบาล: hotline@psp.co.th
- หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน: internal.audit@psp.co.th
- เลขานุการบริษัท: comsec@psp.co.th
ไปรษณีย์
ส่งถึงที่อยู่:
บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) 100/149 หมู่ 1 ถนนวิเชียนโชฎก ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000 ประเทศไทย3) กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาเรื่องร้องเรียน
| ลำดับ | ขั้นตอน | รายละเอียด |
|---|---|---|
| 1 | กลั่นกรองข้อร้องเรียน | ผู้รับเรื่องทำการตรวจสอบเบื้องต้นว่าเรื่องร้องเรียนอยู่ในขอบเขตที่กำหนด มีข้อมูลเพียงพอ และสมควรเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบหรือไม่ |
| 2 | แต่งตั้งผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง | คณะกรรมการตรวจสอบและบรรษัทภิบาล หรือคณะกรรมการบริษัท (ตามกรณี) มอบหมายผู้ตรวจสอบฯ ทำหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง |
| 3 | การให้ข้อมูลเพิ่มเติม | ผู้ร้องเรียนอาจได้รับการติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม และสามารถสอบถามความคืบหน้าได้ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ |
| 4 | การชี้แจงของผู้ถูกร้องเรียน | หากข้อกล่าวหามีมูล ผู้ถูกร้องเรียนจะได้รับสิทธิในการรับทราบข้อกล่าวหา และสามารถนำเสนอข้อมูลหรือหลักฐานเพื่อพิสูจน์ตนเองได้อย่างเป็นธรรม |
| 5 | สรุปผลการตรวจสอบ | หากพบว่าข้อร้องเรียนมีมูลจริง ผู้ตรวจสอบฯ จะรายงานผล พร้อมความเห็น ต่อคณะกรรมการตรวจสอบและบรรษัทภิบาล และ/หรือคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางกฎหมาย |
| 6 | แจ้งผลและติดตาม | คณะกรรมการตรวจสอบและบรรษัทภิบาล จะเเจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ร้องเรียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับรายงานผลจากผู้ตรวจสอบฯ |
| 7 | การเยียวยาความเสียหาย (ถ้ามี) | หากข้อร้องเรียนส่งผลให้บุคคลใดได้รับความเสียหาย บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินการเยียวยาความเสียหายที่เหมาะสมและเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายตามที่เห็นสมควร |
4) การคุ้มครองปกป้องผู้ร้องเรียน
- ผู้ร้องเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนได้ หากเกรงว่าจะได้รับความเสียหาย
- บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูล ข้อร้องเรียน เอกสาร และหลักฐานทั้งหมดเป็นความลับขั้นสูงสุด
- ห้ามมิให้มีการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่มีเหตุจำเป็น หรือโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนจะได้รับโทษทางวินัย
- บริษัทฯ ไม่อนุญาตให้มีการกลั่นแกล้ง เลือกปฏิบัติ หรือละเมิดสิทธิใด ๆ ต่อผู้ร้องเรียน ผู้ให้ถ้อยคำ หรือพยาน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
- พนักงานที่ละเมิดข้อห้ามข้างต้นจะถูกลงโทษทางวินัย และ/หรืออาจได้ รับโทษ ตามที่กฎหมายกำหนด
5) การร้องเรียนโดยไม่สุจริต
หากตรวจสอบแล้วพบว่า ผู้ร้องเรียนมีเจตนาร้องเรียนโดยไม่สุจริต หรือ จงใจ กลั่นแกล้ง ใส่ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง บริษัทฯ จะดำเนินการตามความเหมาะสม ทั้งในเชิงวินัย และอาจดำเนินคดีตามกฎหมายในกรณีที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ไม่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ นโยบาย หรือระเบียบข้อบังคับใด ๆ ของบริษัทฯ
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจัดทำ “คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและหลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ (คู่มือ CG)” ซึ่งประกอบด้วย นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี หลักจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ และนโยบายด้านบรรษัทภิบาลที่สำคัญ ได้แก่ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน และนโยบายการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำผิด ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ต้องศึกษารายละเอียดของคู่มือ CG พร้อมทั้งลงนามรับทราบและยึดถือปฏิบัติตามคู่มือ CG โดยสัดส่วนของการลงนามรับทราบในรอบที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนบุคลากรทั้งหมด เพื่อเป็นพันธสัญญาว่าจะยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงานและนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัทฯ ยังจัดให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) ที่เป็นอิสระ โปร่งใส และคุ้มครองผู้แจ้งข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและป้องกันการกระทำที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thai CAC) ภายในปี 2571 (ตามแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัท (JUMP+ Plan)
หมายเหตุ:
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทาง นโยบาย และผลการดำเนินงานด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ได้ใน รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 ของบริษัทฯ
การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทฯ มุ่งประกอบกิจการโดยคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย มิได้มุ่งเน้นเพียงผลกำไร แต่ให้ความสำคัญกับ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแบ่งปัน และการสร้างการมีส่วนร่วม
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ
- เงินเดือน ค่าจ้าง และสวัสดิการ
- เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ค่าใช้จ่ายในการดูแลและพัฒนาพนักงาน
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ
- ค่าจ้างผู้รับเหมา
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ อื่นๆ
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ
- ดอกเบี้ย
- ค่าใช้จ่ายด้านการเงิน
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ
- เงินปันผล
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ
- ค่าธรรมเนียมภาครัฐ
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- ภาษีบำรุงท้องถิ่น
- ภาษีโรงเรือน
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ และภาษีอื่นๆ
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ
- งบประมาณในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ในปี 2568 บริษัทฯ กระจายมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจ่ายเงินปันผล 322 ล้านบาท การลงทุนเพื่อสังคม 7.8 ล้านบาท และการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม 5.5 ล้านบาท เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
ตารางแสดงการกระจายมูลค่าเศรษฐกิจแก่กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียขององค์กร
| สำคัญ | มูลค่า |
|---|---|
| เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้น | 322.0 ล้านบาท |
| การลงทุนด้านชุมชนและสังคม | 7.8 ล้านบาท |
| การลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม | 5.5 ล้านบาท |
หมายเหตุ:
บริษัทฯ สามารถอ่านเนื้อหาด้านการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสียเพิ่มเติมได้ใน รายงานความยั่งยืน
นวัตกรรมและการพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการพัฒนากระบวนการทำงาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน การนำเทคโนโลยีและแนวคิดใหม่ ๆมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงานช่วยให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด "Digital Transformation และ Smart Operations" บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบอัตโนมัติ (Automation), ปัญญาประดิษฐ์ (AI), และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Advanced Data Analytics) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน ลดข้อผิดพลาด และสร้างกระบวนการทำงานที่รวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ ขับเคลื่อน Digital Transformation, Automation และ New Product Innovation ผ่าน 3 โครงการหลัก โดยปี 2568 สามารถขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการดำเนินการ SAP Phase 2 ครบทุกโมดูล การลงทุนระบบ Cobot & Robot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Food Grade Lubricants ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าในการยกระดับ Smart Operations และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
| โครงสร้างหลัก | เป้าหมายสำคัญ | ผลการดำเนินงานปี 2568 | เป้าหมายปี 2572 |
|---|---|---|---|
| Digital Transformation | ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างน้อย 10% | ดำเนินการขึ้นระบบ SAP Phase 2 ครบทุกโมดูล ครอบคลุมการเงิน จัดซื้อ Supply Chain การผลิต การขาย และข้อมูลบริหาร | ขยายระบบ ERP และ Digitalization ไปยังทุกบริษัท พร้อมใช้ข้อมูล Real Time เพื่อการตัดสินใจ |
| Automation | มูลค่าการลงทุนด้าน Automation มากกว่า 100 ล้านบาท | ติดตั้งระบบ Cobot & Robot ยกท้าย Line เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความผิดพลาด และเพิ่มความรวดเร็ว | ลงทุน Lube Modernization Project เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิต |
| New Product Innovation | พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 5 SKU ต่อปี | พัฒนาและต่อยอด Food Grade Lubricants & Greases รวมถึงสูตรน้ำมันหล่อลื่นใหม่เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมอาหารและการผลิต | ลงทุน RRBO Project และพัฒนาโครงข่าย Used Lube Collection เพื่อสนับสนุนความยั่งยืน |
หมายเหตุ:
สามารถอ่านเนื้อหาด้าน “นวัตกรรมและการพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ” เพิ่มเติมได้ใน รายงานความยั่งยืน
ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และบริการ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่มีคุณภาพดีและบริการที่มีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรฐานคุณภาพที่ชัดเจนและสูงสุดตามหลักเกณฑ์สากล โดยดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพเป็นประจำ
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถรักษามาตรฐานด้านคุณภาพความปลอดภัย และการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่พบข้อร้องเรียนหรือเหตุการณ์ด้านคุณภาพที่มีนัยสำคัญ พร้อมรักษาระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้อยู่ในระดับสูงผ่านการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การยกระดับทักษะพนักงาน และการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าอย่างยั่งยืน รักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ไม่พบข้อร้องเรียนหรือเหตุการณ์ด้านคุณภาพที่มีนัยสำคัญ พร้อมรักษาความพึงพอใจของลูกค้าด้านการส่งมอบสินค้า 91.6% และบริการคลังเก็บน้ำมัน 92.5% มุ่งสู่เป้าหมายมากกว่า 95% ภายในปี 2572
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์และบริการ ปี 2568
| ประเด็นการดำเนินงาน | รายละเอียดการดำเนินงานปี 2568 | ผลลัพธ์/สถานะ | เป้าหมายปี 2572 |
|---|---|---|---|
| 1. ระบบกำกับดูแลคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ | กำหนดโครงสร้างการกำกับดูแลที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การควบคุมคุณภาพ การให้บริการ การสื่อสารข้อมูลสินค้า การรับฟังความคิดเห็น และการจัดการข้อมูลลูกค้าและข้อร้องเรียน | สามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า | ยกระดับมาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง |
| 2. การดำเนินงานตามมาตรฐานคุณภาพสากล | ดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 9001, ISO/IEC 17025 และ IATF 16949 พร้อมตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามข้อกำหนดก่อนส่งมอบ | รักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์และลดความเสี่ยงด้านคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ | รักษามาตรฐานสากลและต่อยอดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ |
| 3. การบริหารความเสี่ยงและระบบเรียกคืนสินค้า | จัดให้มีระบบบริหารความเสี่ยงด้านคุณภาพและระบบเรียกคืนสินค้าเพื่อรองรับกรณีผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน | เพิ่มความพร้อมในการบริหารจัดการเหตุการณ์ด้านคุณภาพ | คงจำนวนเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญเป็นศูนย์ |
| 4. การสื่อสารข้อมูลด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ | จัดทำเอกสารข้อมูลสินค้า เอกสารความปลอดภัย ฉลากสินค้า และการสื่อสารข้อมูลทางการตลาดอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และโปร่งใส | ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถใช้งานสินค้าได้อย่างปลอดภัย | ยกระดับความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลผลิตภัณฑ์ |
| 5. การรับฟังเสียงลูกค้าและการจัดการข้อร้องเรียน | รับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางข้อร้องเรียน การสำรวจความพึงพอใจ และทุกจุดสัมผัสกับลูกค้า | ข้อเสนอแนะมาปรับปรุงสินค้า บริการ และกระบวนการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม | เพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองและปิดข้อร้องเรียน |
| 6. การพัฒนาความพึงพอใจของลูกค้า | พัฒนาอย่างต่อเนื่องด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การบริการลูกค้า และการตอบสนองต่อข้อร้องเรียน | ช่วยยกระดับประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าในทุกจุดสัมผัสกับสินค้า | รักษาระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้มากกว่า 95% |
ตารางสรุปผลการดำเนินงาน ปี 2568
| รายการตัวชี้วัด | 2567 | 2568 | เป้าหมาย 2572 |
|---|---|---|---|
| ข้อร้องเรียน PDPA ที่มีนัยสำคัญ | 0 | 0 | 0 |
| ข้อร้องเรียนด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่มีนัยสำคัญ | 0 | 0 | 0 |
| การละเมิดกฎหมาย/มาตรฐานคุณภาพที่มีนัยสำคัญ | 0 | 0 | 0 |
| ความพึงพอใจด้านบริการส่งมอบสินค้า | 92.8% | 91.6% | 95.0% |
| ความพึงพอใจด้านบริการคลังเก็บน้ำมัน | 99.2% | 92.5% | 95.0% |
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ นำกรอบการทำงานของ ESG Due Diligence มาใช้กับคู่ค้าใหม่ทุกราย พร้อมจัดกลุ่มคู่ค้าตาม Spend Analysis และยกระดับการบริหารคลังวัตถุดิบด้วยระบบ Automation, Inventory Forecasting และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเสริมความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ ยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจร่วมกับคู่ค้าอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงหลัก ESG ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ในปี 2568 บริษัทฯ เริ่มนำกรอบการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG (Supplier Due Diligence Framework) มาใช้กับคู่ค้าใหม่ทุกราย ครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล เพื่อยกระดับมาตรฐานการคัดเลือกคู่ค้า ลดความเสี่ยงทางธุรกิจ และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
บริษัทฯ ยังได้จัดกลุ่มคู่ค้าตามประเภทสินค้าและ Spend Analysis เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคู่ค้าและวางแผนจัดซื้ออย่างเหมาะสม โดยในปี 2568 มีคู่ค้ารวมในกลุ่มวัตถุดิบหลักและบรรจุภัณฑ์จำนวน 177 ราย และมีคู่ค้าใหม่รายสำคัญที่ผ่านการวิเคราะห์ ESG รวม 17 ราย
ด้านการบริหารคลังวัตถุดิบ บริษัทฯ มุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้ Automation, Inventory Forecasting และ IoT เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการบริหารสต็อก ลดการสูญเสียวัตถุดิบ และสนับสนุนแนวคิด Circular Economy
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความยั่งยืน ผ่านการสื่อสาร การอบรม และการมีส่วนร่วมของพนักงานในการลดของเสียและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ผลการดำเนินงานสำคัญ
- เริ่มใช้การประเมิน ESG กับคู่ค้าใหม่ทุกรายตั้งแต่ปี 2568
- ตั้งเป้าขยายการประเมิน ESG ครอบคลุมคู่ค้า ACTIVE 100% ภายในปี 2572
- ใช้ Spend Analysis ในการจัดลำดับความสำคัญของคู่ค้า
- นำ Automation, Inventory Forecasting และ IoT มาใช้บริหารคลังวัตถุดิบ
- ตั้งเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าร้อยละ 15 ของรายได้สุทธิภายในปี 2572
หมายเหตุ:
ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ “การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน” ของ รายงานความยั่งยืน ปี 2568 ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทฯ
