การพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมในฐานะองค์กรที่มีบทบาททั้งในฐานะผู้สร้างผลกระทบ และผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้พลังงาน การจัดการของเสีย และการปล่อยมลพิษ จนถึงผลกระทบทางอ้อมจากการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ จึงได้กำหนดแนวทางบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะกรรมการและคณะทำงานการพัฒนาความยั่งยืน (Sustainable Development Steering Committee & Working Committee) เป็นผู้กำหนดเป้าหมาย กรอบการดำเนินงานและเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานของผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดยมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน และอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานในมิตินี้ครอบคลุมการบริหารจัดการพลังงาน น้ำ ของเสีย ก๊าซเรือนกระจก พื้นที่สีเขียว ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการดำเนินงานและการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
GHG Management

Energy Management
Water and Effluents
Waste Management
Biodiversity
ESG Compliance
การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจให้มีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบริษัทและชุมชนในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจและสังคมในระดับโลก บริษัทฯ จึงได้พัฒนานโยบายและแนวทางในการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกส่วนของการดำเนินงาน และมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยมีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบและจัดการการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังช่วยให้บริษัทฯ สามารถประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังใช้วัสดุอย่างยั่งยืนและมีการจัดการของเสียที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดปริมาณของเสียและการปล่อยก๊าซจากการจัดการของเสียที่เกิดขึ้น
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถยกระดับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดตั้งกลไกกำกับดูแลด้าน Climate Change การจัดทำ CFO ครอบคลุม Scope 1–3 และการกำหนดปีฐาน 2567 เพื่อใช้เป็น baseline ในการพัฒนา GHG Emission Pathway โดยสามารถลดการปล่อย Scope 2 ได้ 5.0% และลดการปล่อยรวม Scope 1+2+3 ลง 8.1% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050
ตารางสรุปผลการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง 3 ประเภท ระหว่างปี 2567 - 2568
| ขอบเขต | 2567 (ปริมาณ) | 2568 |
|---|---|---|
| ประเภท 1 | 3,291 | 3,707 |
| ประเภท 2 | 4,282 | 4,066 |
| ประเภท 3 | 221,772 | 202,956 |
| ผลรวมประเภทที่ 1+2 | 7,537 | 7,773 |
| ผลรวมประเภทที่ 1+2+3 | 229,245 | 210,729 |
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ปี 2568
| ประเด็นการดำเนินงาน | รายละเอียดการดำเนินงานปี 2568 | ผลลัพธ์/ความก้าวหน้า | เป้าหมาย/ทิศทางในอนาคต |
|---|---|---|---|
| 1. การกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | จัดตั้งคณะทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำกับนโยบาย แผนงาน และรายงานความก้าวหน้าต่อคณะกรรมการบริหารเป็นรายไตรมาส | เพิ่มความชัดเจนด้านการกำกับดูแลและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ | ยกระดับการกำกับดูแลด้านสภาพภูมิอากาศให้เชื่อมโยงกับการบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์องค์กร |
| 2. การจัดทำคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กร | จัดทำคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กร ครอบคลุมสำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา และโรงงาน PSP 1-3 ครบทั้ง Scope 1-3 | ได้ฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เชื่อถือได้ โดยใช้ปี 2567 เป็นปีฐาน | ใช้ติดตามแนวโน้มและกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยในระยะยาว |
| 3. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ประเภทที่ 1) | ครอบคลุมการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต ยานพาหนะ การรั่วไหลของสารทำความเย็น และระบบบำบัดน้ำเสีย | ปี 2568 มีการปล่อย 3,707 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า | ลดการปล่อยผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและปรับปรุงกระบวนการผลิต |
| 4. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากไฟฟ้า (ประเภทที่ 2) | ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายภายนอกและระบบพลังงานแสงอาทิตย์ภายในองค์กร | ปี 2568 มีการปล่อย 4,066 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ลดลง 5.0% จากปีก่อน | เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน |
| 5. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมในห่วงโซ่อุปทาน (ประเภทที่ 3) | ครอบคลุมการจัดซื้อวัตถุดิบและบริการ โดยเฉพาะกลุ่ม Base Oil | ปี 2568 มีการปล่อย 202,956 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ลดลงจากปี 2567 | ขยายขอบเขตการประเมินไปยังหมวดอื่นเพิ่มเติมในห่วงโซ่อุปทาน |
| 6. แผนเส้นทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | อยู่ระหว่างการศึกษาแนวโน้มการปล่อยในกรณีดำเนินธุรกิจตามปกติ และจัดทำแผนลดการปล่อยตามแนวทางวิทยาศาสตร์ | วางกรอบแผนงานเชิงกลยุทธ์สำหรับการลดการปล่อยในระยะยาว | กำหนดเป้าหมายและหมุดหมายการลดการปล่อยระยะกลาง ระยะยาว |
| 7. การศึกษาการลงทุนในโครงการชดเชยคาร์บอน | ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในโครงการชดเชยคาร์บอนทั้งในประเทศและต่างประเทศ | เตรียมกลไกเสริมสำหรับการปล่อยที่ยังไม่สามารถลดได้ในระยะสั้น | ใช้การชดเชยคาร์บอนเป็นมาตรการเสริมสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน |
หมายเหตุ:
- การจัดทำรายงานรายงานการปลดปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กรประจำปี 2567 อยู่ระหว่างการทวนสอบจากหน่วยรับรองการจัดการก๊าซเรือนกระจก สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ และขอขึ้นทะเบียนรับรองจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะรายงานผลความคืบหน้าในรายความยั่งยืนประจำปี 2567 ซึ่งจะเผยแพร่ในเว็ปไซต์ของบริษัทฯ ต่อไป
การจัดการพลังงาน
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) มีการดำเนินงานที่เน้นไปที่การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้คณะทำงานด้านการจัดการพลังงานที่มีความเชี่ยวชาญสูง ทำหน้าที่รับผิดชอบและขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์พลังงานตามที่กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552 โดยมีการกำหนดนโยบายอนุรักษ์พลังงานของบริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดของรัฐบาลที่กำหนดไว้ นโยบายมีรายละเอียดเกี่ยวข้อง ได้แก่

- การจัดทำแผนอนุรักษ์พลังงานแบบครบวงจรตั้งแต่การตรวจสอบพลังงาน การประเมินผล การจัดทำมาตรการปรับปรุงจนถึงการติดตามผล
- การตั้งเป้าหมายการลดการใช้พลังงานโดยกำหนดเป้าหมายในการลดการใช้พลังงานให้ชัดเจน โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดที่เฉพาะเจาะจงเพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต
- การฝึกอบรมและสร้างความตระหนักในด้านพลังงาน จัดทำโครงการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มความรู้และสร้างความตระหนักในด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับพนักงานทุกระดับ
- การติดตามและรายงานผล มีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอและจัดทำรายงานส่งให้กับผู้บริหารเพื่อทบทวนและปรับปรุงแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ ยกระดับการบริหารจัดการพลังงานผ่านการลงทุน Solar Rooftop การปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง และการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายลดการใช้พลังงาน 5% ภายในปี 2570”
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถขับเคลื่อนมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลงทุน Solar Rooftop การปรับปรุงหม้อแปลงและมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน ส่งผลให้สามารถลดการใช้พลังงานได้รวม 656,000 kWh ต่อปี ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 2.67 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวม 334 tCO2e ต่อปี ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่เป้าหมายลดการใช้พลังงาน 5% ภายในปี 2570
| ตัวชี้วัด / เป้าหมาย | รายละเอียด |
|---|---|
| เป้าหมายลดการใช้พลังงานปี 2568 | ลดลง 3% เทียบฐาน 2567 |
| เป้าหมายระยะยาว | ลดลง 5% ภายในปี 2570 |
| การมีส่วนร่วมพนักงาน | อบรมมากกว่า 60% ของพนักงาน |
| พลังงานหมุนเวียน | Solar Rooftop 1.32 MW |
| ระบบติดตามผล | ใช้ Energy Performance Indicators |
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการพลังงาน ปี 2568
| ประเด็นการดำเนินงาน | รายละเอียดการดำเนินงานปี 2568 | ผลลัพธ์/ความก้าวหน้า | เป้าหมาย/ทิศทางในอนาคต |
|---|---|---|---|
| 1. กรอบการบริหารจัดการพลังงาน | ดำเนินงานภายใต้กลไกการทำงานด้านการจัดการพลังงาน พร้อมนโยบายอนุรักษ์พลังงานที่ครอบคลุมทุกกระบวนการ ปรับปรุง และติดตามผล | ทำให้การบริหารจัดการพลังงานเป็นระบบ สอดคล้องตามกฎหมายและมาตรฐานการรัฐ | ลดอัตราการใช้พลังงาน 5% ภายในปี 2570 เทียบฐาน 2567 |
| 2. เป้าหมายระยะสั้น 2568 | กำหนดเป้าหมายลดอัตราการใช้พลังงาน 3% เทียบฐาน 2567 | ใช้เป็น milestone สำหรับติดตามผลและปรับปรุงมาตรการอย่างต่อเนื่อง | สนับสนุนเป้าหมายระยะยาวปี 2570 |
| 3. Solar Rooftop ระยะที่ 1 | ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตรวม 566 KW (ใช้งานจริง 452 KW) | ผลิตไฟฟ้าได้ 3.36 kWh/ปี ลดค่าไฟ 1.36 ล้านบาท/ปี และลดการปล่อย GHG 159.78 tCO2e/ปี | เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและขยายโครงการในระยะถัดไป |
| 4. ปรับปรุงหม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพ | ติดตั้งหม้อแปลงประสิทธิภาพสูง 2 เครื่อง | ลดการสูญเสียพลังงาน 170,000 kWh/ปี | ยกระดับประสิทธิภาพระบบไฟฟ้า |
| 5. มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง | เปลี่ยนและติดตั้งมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง | ลดการใช้พลังงาน 150,000 kWh/ปี | ขยายการใช้อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง |
| 6. การสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงาน | จัดอบรมด้านการประหยัดพลังงานให้ผู้บริหารและพนักงาน | มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 60% ของพนักงานทั้งหมด ช่วยสร้างพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ | พัฒนาเป็นวัฒนธรรมองค์กรด้านการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน |
| 7. การติดตามและประเมินผล | จัดทำรายงานเปรียบเทียบการใช้พลังงานกับ Energy Performance Indicators อย่างสม่ำเสมอ | สามารถวิเคราะห์แนวโน้ม ตรวจสอบผลของมาตรการ และระบุโอกาสในการปรับปรุงเพิ่มเติม | พัฒนาระบบติดตามผลให้แม่นยำแบบ Real-time |
ตารางสรุปผลประหยัดพลังงานจากมาตรการสำคัญ ปี 2568
| มาตรการ | พลังงานที่ลดได้ | ลดค่าใช้จ่าย | ลดการปล่อย GHG |
|---|---|---|---|
| Solar Rooftop | 336,000 kWh/ปี | 1.39 ล้านบาท/ปี | 168 tCO2e/ปี |
| รวม | 656,000 kWh/ปี | 2.67 ล้านบาท/ปี | 334 tCO2e/ปี |
การบริหารทรัพยากรน้ำ
น้ำถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่งต่อการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ในทุกมิติ ทั้งในกระบวนการผลิต การบำบัด และการใช้ประโยชน์จากน้ำ การบริหารจัดการน้ำจึงถือเป็นหัวใจหลักที่บริษัทให้ความสำคัญและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อรับรองว่าการใช้ทรัพยากรน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ในขณะเดียวกัน การบำบัดน้ำจากกระบวนการผลิตก่อนที่จะระบายออกสู่ภายนอกโรงงานเป็นขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยังรวมถึงการดำเนินมาตรการอนุรักษ์น้ำภายในโรงงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำสูงสุด ด้วยการดำเนินการเหล่านี้ บริษัทฯ ตั้งใจที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการจัดการน้ำของตนเอง พร้อมทั้งส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ เดินหน้าบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการตั้งเป้าลดการใช้น้ำ 2% เทียบปีฐาน 2567 การเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำรีไซเคิลในพื้นที่ PSP1 ไม่น้อยกว่า 1% และการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานมากกว่า 60% ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐาน EIA ตลอดทั้งปี เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในปี 2568 บริษัทฯ ยกระดับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการกำหนดเป้าหมายลดการใช้น้ำ การเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำรีไซเคิลในพื้นที่ PSP1 การลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหล และการตรวจติดตามคุณภาพน้ำทิ้งอย่างเข้มงวด ส่งผลให้สามารถรักษาคุณภาพน้ำทิ้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดปี พร้อมสร้างวัฒนธรรมการใช้น้ำอย่างรับผิดชอบภายในองค์กรเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
| KPI / ตัวชี้วัด | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 | สถานะ |
|---|---|---|
| ปริมาณน้ำที่ดึงมาใช้ทั้งหมด | 61,383 ลบ.ม. | เพิ่มตามการเติบโตของธุรกิจ |
| ปริมาณน้ำสูญเสีย | 12,276.6 ลบ.ม. | ติดตามแนวโน้มการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง |
| การอบรมพนักงาน | มากกว่า 60% | เป็นไปตามเป้าหมาย |
| สัดส่วนการรีไซเคิล PSP1 | มากกว่าหรือเท่ากับ 1% | บรรลุเป้าหมาย |
| BOD | น้อยกว่า 2 mg/l (ส่วนใหญ่) | ผ่านมาตรฐาน |
| COD | น้อยกว่า 40 mg/l | ผ่านมาตรฐาน |
| TSS | น้อยกว่า 5 mg/l | ผ่านมาตรฐาน |
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำ ปี 2568
| ประเด็นการดำเนินงาน | รายละเอียดการดำเนินงานปี 2568 | ผลลัพธ์/ความก้าวหน้า | เป้าหมาย/ทิศทางในอนาคต |
|---|---|---|---|
| 1. เป้าหมายการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ | กำหนดเป้าหมายลดปริมาณการใช้น้ำ 2% เทียบฐาน 2567 | ใช้เป็น KPI หลักในการติดตามและปรับปรุงมาตรการใช้น้ำ | ลดความเสี่ยงด้านทรัพยากรน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพต่อเนื่อง |
| 2. การสร้างความรู้และความตระหนักรู้ | จัดอบรมการประหยัดน้ำให้พนักงานทุกระดับ | ผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 60% ของพนักงานทั้งหมด | พัฒนาเป็นวัฒนธรรมองค์กรด้านการใช้น้ำอย่างยั่งยืน |
| 3. การลดการสูญเสียน้ำจากการรั่วไหล | ตรวจสอบและซ่อมแซมจุดน้ำรั่วอย่างสม่ำเสมอ | ลดการสูญเสียน้ำที่ไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพระบบน้ำ | ลดค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำระยะยาว |
| 4. การเพิ่มการใช้น้ำรีไซเคิลใน PSP1 | ปรับปรุงระบบนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการที่เหมาะสม | เพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำรีไซเคิลได้ไม่น้อยกว่า 1% | ขยายการใช้น้ำรีไซเคิลในกระบวนการอื่นเพิ่มเติม |
| 5. การติดตามและประเมินผลการใช้น้ำ | จัดทำรายงานเปรียบเทียบผลการใช้น้ำกับตัวชี้วัด Water Efficiency | ช่วยวิเคราะห์แนวโน้มและระบุโอกาสปรับปรุง | พัฒนาระบบติดตามผลให้แม่นยำยิ่งขึ้น |
| 6. การควบคุมคุณภาพน้ำทิ้ง | ตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งทุกเดือนตาม EIA Monitoring | ค่า BOD, COD, TSS และ Oil & Grease อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตลอดปี | รักษามาตรฐานการปล่อยน้ำทิ้งและยกระดับระบบบำบัด |
| 7. ปริมาณน้ำที่ดึงมาใช้ทั้งหมด | ใช้น้ำจากภายนอกทั้งหมด | ปี 2568 ใช้น้ำรวม 61,383 ลบ.ม. | เพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้น้ำจากแหล่งใหม่ |
| 8. ปริมาณการใช้น้ำสุทธิ | คำนวณจากน้ำที่ใช้หักน้ำระบายออก | ปี 2568 เท่ากับ 12,276.6 ลบ.ม. | ควบคุมการใช้น้ำสุทธิให้เหมาะสมกับการเติบโตขององค์กร |
การบริหารจัดการขยะ
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญในการจัดการของเสียในกระบวนการผลิตและงานบริการตามที่กฎหมายกำหนด และคำนึงถึงการทรัพยากรในการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งเน้นการนำหลักการจัดการของเสียตามหลัก 3R และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในทุกกระบวนการของห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจของบริษัท ลดการสูญเสียทรัพยากร ส่งเสริมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ซ้ำ และเน้นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ ยกระดับการบริหารจัดการขยะตามหลัก 4Rs และ Circular Economy อย่างเป็นระบบ ผ่านการสร้างความรู้แก่พนักงานครอบคลุม 65% การเพิ่มความถูกต้องในการคัดแยกเป็น 87% และการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ 75.73% พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Zero Landfill ภายในปี 2572
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถยกระดับการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานตามหลัก 4Rs และ Circular Economy ทั้งการลดการใช้ทรัพยากร การใช้ซ้ำ การรีไซเคิล และการสร้างมูลค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้ ส่งผลให้สามารถรักษาสัดส่วนการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ในระดับสูงที่ 75.73% พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Zero Waste to Landfill ภายในปี 2572
| KPI / ตัวชี้วัด | 2567 | 2568 |
|---|---|---|
| ของเสียรวมทั้งหมด (ตัน/ปี) | 952 | 894 |
| สัดส่วนนำกลับมาใช้ประโยชน์ | 76.47% | 75.73% |
| ขยะไม่อันตรายรีไซเคิล | 100% | 100% |
| ขยะทั่วไปฝังกลบ (ตัน/ปี) | 76 | 90 |
| ขยะอุตสาหกรรมอันตราย | 231 | 232 |
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะ ปี 2568
| ประเด็นการดำเนินงาน | รายละเอียดการดำเนินงานปี 2568 | ผลลัพธ์/ความก้าวหน้า | เป้าหมาย/ทิศทางในอนาคต |
|---|---|---|---|
| 1. การสร้างความรู้และความตระหนักรู้ | จัดอบรมการจัดการขยะอุตสาหกรรมแก่พนักงานทุกระดับ | ครอบคลุม 65% ของพนักงาน สูงกว่าเป้าหมายที่ 60% | สร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านการลดขยะอย่างต่อเนื่อง |
| 2. การสื่อสารและรณรงค์คัดแยกขยะ | ใช้ป้าย คู่มือ และกิจกรรมมีส่วนร่วมในโรงงาน/สำนักงาน | ความถูกต้องในการคัดแยกเฉลี่ยมากกว่าหรือเท่ากับ 85% และปริมาณรีไซเคิลเพิ่มขึ้น 15% | เพิ่มการมีส่วนร่วมและลดความเสี่ยงจากการคัดแยกผิด |
| 3. การตรวจสอบความถูกต้องการคัดแยก | ตรวจพื้นที่โรงงานและสำนักงานอย่างสม่ำเสมอ | ความถูกต้องเฉลี่ย 87%, ขยะปนเปื้อนลดลง 20% | ยกระดับมาตรฐานการคัดแยก มากกว่า 90% |
| 4. Reduce ลดการใช้ทรัพยากร | โครงการประหยัดน้ำ/พลังงาน ลดกระดาษ ใช้ระบบ FIFO ลดของเสียใกล้หมดอายุ | การใช้น้ำและพลังงานลดลง 5%, กระดาษลดลง 30%, ของเสียใกล้หมดอายุลดลง 20% | ลดการเกิดขยะที่แหล่งกำเนิดอย่างต่อเนื่อง |
| 5. Reuse ใช้ซ้ำ | ยืดอายุ น้ำมันหล่อลื่น และใช้พาเลทซ้ำ | ลดการใช้น้ำมันใหม่ 15%, ลดการซื้อพาเลทใหม่ 20% | ขยายการใช้ซ้ำสู่ทรัพยากรอื่น |
| 6. ขยายการใช้ซ้ำสู่ทรัพยากรอื่น | นำของเสียจากน้ำมัน/สารเคมีกลับมาใช้เป็น Cleaning Solvent | ใช้ประโยชน์ของเสียได้ 30%, ลดการซื้อสารเคมีใหม่ 20% | เพิ่มสัดส่วนรีไซเคิลของเสียอันตราย |
| 7. Repurpose สร้างมูลค่าใหม่ | นำพลาสติกเหลือใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ และโครงการธนาคารขยะชุมชน | ใช้พลาสติกเหลือใช้ 1.5 ตัน, รวบรวมขยะชุมชน 8 ตัน/ปี | ขยายผลสู่ชุมชนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ |
| 8. Circular Economy Readiness | เตรียมความพร้อมเชิงระบบและสร้างความร่วมมือจากภายนอก | เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย | เดินหน้าสู่ Zero Landfill ในปี 2572 |
ความหลากหลายทางชีวภาพ
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและการรักษาความยั่งยืนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในด้านของทรัพยากรป่าไม้ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตสินค้าหลายประเภทที่บริษัทฯ มีการวางจำหน่าย ทั้งนี้การดำเนินการที่สอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้อย่างยั่งยืน การบริหารจัดการป่าไม้ของบริษัทฯ สะท้อนถึงการปฏิบัติตามหลักสากลในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งการร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีทันสมัยมาปรับใช้ในการติดตามและประเมินผลการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการพัฒนาวิธีการปลูกป่าและการจัดการทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่มีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจไปพร้อมกับการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศวิทยา เป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภคและชุมชนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประกันความสำเร็จและความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาวด้วย
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ เดินหน้าดูแลความหลากหลายทางชีวภาพผ่านการออกแบบพื้นที่ตามแนวคิด Green Architect การอนุรักษ์ป่าชายเลน การปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชนและหน่วยงานภาครัฐประมาณ 1,000 ต้น และการรักษาพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 2% ของพื้นที่ PSP2 พร้อมคงจำนวนเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศไว้ที่ 0 กรณี เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างสมดุลกับธรรมชาติ
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถขับเคลื่อนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการออกแบบพื้นที่ตามแนวคิด Green Architect การอนุรักษ์ป่าชายเลน การปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชนประมาณ 1,000 ต้น และการรักษาพื้นที่สีเขียวภายในองค์กรไม่น้อยกว่า 2% ของพื้นที่ PSP2 พร้อมคงจำนวนเหตุการณ์ที่กระทบต่อระบบนิเวศไว้ที่ 0 กรณี ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่สมดุลกับธรรมชาติและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
| KPI / ตัวชี้วัด | เป้าหมาย | ผลปี 2568 | สถานะ |
|---|---|---|---|
| จำนวนต้นไม้ที่ปลูก | 1,000 ต้น | ประมาณ 1,000 ต้น | บรรลุเป้าหมาย |
| สัดส่วนพื้นที่สีเขียว | มากกว่าหรือเท่ากับ 2% | มากกว่าหรือเท่ากับ 2% | บรรลุเป้าหมาย |
| กิจกรรมร่วมกับชุมชน | มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ครั้ง | มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ครั้ง | บรรลุเป้าหมาย |
| เหตุการณ์กระทบระบบนิเวศ | 0 | 0 | คงที่ |
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2568
| ประเด็นการดำเนินงาน | รายละเอียดการดำเนินงานปี 2568 | ผลลัพธ์/ความก้าวหน้า | เป้าหมาย/ทิศทางในอนาคต |
|---|---|---|---|
| 1. การออกแบบอาคารและพื้นที่สีเขียว | ใช้แนวคิด Green Architect และ Green Construction เน้นการระบายอากาศธรรมชาติ แสงธรรมชาติ และการใช้ LED | ลดการใช้พลังงานและเพิ่มคุณภาพสภาพแวดล้อมการทำงาน | พัฒนาอาคารและพื้นที่ให้เป็นมิตรต่อระบบนิเวศมากขึ้น |
| 2. การอนุรักษ์ป่าชายเลนและฟื้นฟูป่าชุมชน | รักษาพื้นที่ป่าชายเลนและปลูกไม้ท้องถิ่นใกล้อาคาร | เพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนและที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต | ขยายพื้นที่อนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศต่อเนื่อง |
| 3. การปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชน | ร่วมกิจกรรมปลูกป่ากับหน่วยงานราชการในพื้นที่ | ปลูกต้นไม้ประมาณ 1,000 ต้น | ดำเนินกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง |
| 4. การจัดสรรพื้นที่สีเขียวองค์กร | จัดสรรพื้นที่สีเขียวภายในบริเวณที่ตั้งอาคาร PSP2 | รักษาสัดส่วนพื้นที่สีเขียวมากกว่าหรือเท่ากับ 2% | เพิ่มความหลากหลายของพรรณไม้และคุณภาพพื้นที่ |
| 5. การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ | ทบทวนความเสี่ยงจากการใช้ที่ดินและกิจกรรมใกล้พื้นที่อ่อนไหว | ใช้ผลประเมินวางมาตรการป้องกันและลดผลกระทบ | เชื่อมโยง biodiversity risk เข้ากับ ERM |
| 6. ผลกระทบต่อระบบนิเวศ | ติดตามเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ | รักษาระดับจำนวนเหตุการณ์ที่ 0 เหตุการณ์ อย่างต่อเนื่อง | รักษาระดับ 0 กรณีในระยะยาว |
การปฏิบัติตามกฎหมายด้านการกำกับดูแลกิจการ สังคม และสิ่งแวดล้อม
บริษัท พี.เอส.พี.สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน)ได้กำหนดมาตรฐานจรรยาบรรณทางธุรกิจและมาตรการต่อต้านทุจริต โดยเน้นความซื่อสัตย์โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ทั้งยังส่งเสริมให้มาตรฐานนี้กลายเป็นค่านิยมหลักของ องค์กรควบคู่ไปกับความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนจากภายในองค์กร
ผลการดำเนินงานในปี 2568
บริษัทฯ สามารถรักษามาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมายด้านการกำกับดูแลกิจการ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ให้เกิดเกิดข้อพิพาท คดี หรือเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ และค่าปรับทางกฎหมาย สะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง และการกำกับดูแลที่โปร่งใส เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถรักษามาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่พบข้อพิพาท คดี หรือค่าปรับที่มีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบควบคุมภายใน การติดตามกฎหมายเชิงรุก และการบริหารความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
| ปี | ลักษณะเหตุการณ์ | มูลค่าค่าปรับ (บาท) |
|---|---|---|
| 2566 | ไม่พบเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ | 0 |
| 2567 | ไม่พบเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ | 0 |
| 2568 | ไม่พบเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญ | 0 |
ตารางสรุปผลการดำเนินงานด้าน ESG Compliance ปี 2568
| ประเด็นการดำเนินงาน | รายละเอียดการดำเนินงานปี 2568 | ผลลัพธ์/ความก้าวหน้า | เป้าหมาย/ทิศทางในอนาคต |
|---|---|---|---|
| 1. การติดตามและทบทวนกฎหมาย | ติดตาม ตรวจสอบ และทบทวนกฎหมาย ข้อบังคับ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับ ESG อย่างสม่ำเสมอ | มั่นใจว่าการดำเนินงานสอดคล้องข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้ | ยกระดับระบบติดตามกฎหมายเชิงรุก |
| 2. การกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบ | กำหนดหน้าที่ผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน | เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ที่กำหนด | เชื่อมโยงความรับผิดชอบกับ KPI และ ERM |
| 3. แนวปฏิบัติและการควบคุมภายใน | จัดทำขั้นตอนการทำงานและมาตรการควบคุมภายในเพื่อป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมาย | ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย จริยธรรม และชื่อเสียง | ปรับปรุงมาตรการให้ทันต่อข้อกำหนดใหม่ |
| 4. การสร้างความรู้และความตระหนักรู้ | อบรมและสื่อสารกฎหมาย/แนวปฏิบัติแก่พนักงานทุกระดับ | พนักงานมีความเข้าใจและปฏิบัติได้สอดคล้องกัน | สร้างวัฒนธรรม compliance ทั่วทั้งองค์กร |
| 5. การติดตาม ตรวจสอบ และรายงานผล | ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายและรายงานผลต่อฝ่ายบริหารอย่างต่อเนื่อง | ใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน | พัฒนาระบบรายงานให้รวดเร็วและแม่นยำ |
| 6. ผลการดำเนินงานด้านข้อพิพาทและค่าปรับ | ไม่พบคดี ข้อพิพาท หรือค่าปรับที่มีนัยสำคัญ | 0 กรณี | รักษาระดับจำนวนกรณีที่ระดับ ศูนย์ อย่างต่อเนื่อง |