PSP และบริษัทในกลุ่มผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กรต่อเนื่องปีที่ 3 การันตีข้อมูล ESG มาตรฐานสากล เสริมแต้มต่อการค้ายุคคาร์บอนต่ำ มุ่งสู่ Green Supply Chain

บมจ. พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ (PSP) ผ่านการทวนสอบและได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ขณะ บจ. รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง ในกลุ่ม PSP ก็ได้รับ CFO เช่นกัน ตอกย้ำมาตรฐานการวัด รายงาน และทวนสอบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกที่ถูกต้อง โปร่งใส ตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญในการแข่งขันยุคการค้าคาร์บอนต่ำ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เดินหน้ายกระดับการบริหารและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ควบคู่ไปกับการเป็นพาร์ทเนอร์ที่มีความรับผิดชอบและสร้างความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมผลักดันกลุ่มบริษัทให้ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
นายสยาม สุวรรณอาศน์ ตำแหน่งผู้จัดการแผนกความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ผ่านการทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรจากหน่วยงานทวนสอบที่ได้รับการรับรอง และได้ขึ้นทะเบียนการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ อบก. ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ครอบคลุมการดำเนินงานของสำนักงานและโรงงาน เข้ารับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนโดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย
การรับรองดังกล่าวเป็นการยืนยันว่าระบบการจัดเก็บ วัดผล และรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ PSP มีความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาที่บริษัทฯ ได้รับเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน CFO และผ่านการรับรองมาตรฐานสากลระดับองค์กร ISO 14064-1 สำหรับการวัดและรายงานปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดย PSP ได้จัดทำรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2566
ในยุคที่กติกาการค้าโลกให้น้ำหนักกับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น ทั้งมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป และข้อกำหนดด้านห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนของคู่ค้าระดับโลก ความน่าเชื่อถือของข้อมูลก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านการทวนสอบตามมาตรฐาน คือแต้มต่อในการแข่งขันของภาคธุรกิจ การได้รับการรับรอง CFO ต่อเนื่องจึงไม่ใช่เพียงการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของ PSP เท่านั้น แต่ยังเป็นใบเบิกทางสำคัญสำหรับตลาดส่งออกของบริษัทฯ ที่ครอบคลุมกว่า 50 ประเทศ ใน 5 ทวีปทั่วโลก
ปัจจุบัน PSP ได้ยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลด้านความยั่งยืน โดยเปลี่ยนผ่านจากการจัดเก็บในรูปแบบเอกสารสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล โดยในปี 2570 บริษัทฯ เตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และเตรียมความพร้อมสู่การประเมินมาตรฐานระดับสากลอย่าง FTSE Russell ESG Scores ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แม่นยำในแต่ละกิจกรรมได้ถูกนำมาใช้ออกแบบมาตรการลดการใช้พลังงานที่เห็นผลจริงในกระบวนการผลิต โดยในปี 2568 PSP สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 10,143 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ 4.59% จากปีฐาน 2567
สำหรับแผนงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก PSP ดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการลดชั่วโมงการทำงานของปั๊มระบบทำความเย็น (Chiller Pump) ที่ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้ากว่า 23,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี การปรับลดแรงดันอากาศในระบบผลิตจาก 7.0 เป็น 6.2 บาร์ และการปรับจุดตั้งค่าอุณหภูมิระบบ Hot Oil ที่ช่วยประหยัดพลังงานความร้อนกว่า 290,000 เมกะจูลต่อปี รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Low-Carbon เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของลูกค้าภาคอุตสาหกรรม โดยในปี 2569 บริษัทได้กำหนดแนวทางการจัดการด้าน Green Procurement ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท เพื่อยกระดับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัทสู่การเป็น Green Supply Chain ภายใต้เป้าหมาย Zero Landfill ภายในปี 2572 เป้าหมายลดการใช้พลังงาน 5% ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 ดังกล่าวมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้ง
PSP เชื่อว่าความยั่งยืนที่วัดผลได้และทวนสอบได้ คือรากฐานของความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้าพันธมิตรทางธุรกิจ นักลงทุน และสังคม บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่ม PSP จะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว